บทที่ 7 เชือดไก่ให้ลิงดู และการประกาศศักดาแห่งราชินี

เพล้ง!!

เสียงแก้วแชมเปญเจียระไนราคาแพงนับสิบใบที่ร่วงหล่นจากมือของแขกเหรื่อ แตกกระจายเกลื่อนพื้นหินอ่อน ราวกับเป็นเสียงสัญญาณเตือนภัยแห่งหายนะที่กำลังจะมาเยือนตระกูลซ่ง

ทั้งห้องโถงจัดเลี้ยงที่เคยกึกก้องไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาโอ้อวด บัดนี้เงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตกพื้น ทุกสายตาเบิกกว้างจ้องมองไปยังหญิงสาวในชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มที่ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางวงล้อมของสามบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศ

'หลินหว่านอี' หญิงสาวที่พวกเขานินทาว่าเป็นเพียงขยะที่ถูกตระกูลฟู่ทิ้ง... แท้จริงแล้วคือ 'กู้หว่านอี' ทายาทอันดับหนึ่งแห่งตระกูลกู้! ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของประธานกู้ หลานสาวสุดที่รักของอาจารย์ลู่ และ... ผู้หญิงที่จิ่งถิงโจว ราชาแห่งโลกธุรกิจ ประกาศก้องว่าเป็น 'ภรรยา' ของเขา!

ซ่งหย่าซินทรุดกองอยู่บนพื้นเศษกระจก ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบไร้เรี่ยวแรง ร่างกายสั่นเทาราวกับลูกนกที่ตกอยู่ในกรงเล็บของพญาเหยี่ยว ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางราคาแพงบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด ดวงตาของเธอเบิกโพลงเต็มไปด้วยความหวาดกลัวขีดสุด

"ม... ไม่จริง... เป็นไปไม่ได้..." ซ่งหย่าซินละล่ำละลัก น้ำเสียงสั่นเครือจนฟังแทบไม่รู้เรื่อง "แก... เอ้ย! คุณ... คุณคือคุณหนูใหญ่ตระกูลกู้จริงๆ เหรอ..."

"หุบปาก!!"

เสียงตวาดลั่นไม่ได้มาจากจิ่งถิงโจวหรือคนตระกูลกู้ แต่มาจากชายวัยกลางคนร่างท้วมในชุดสูททักซิโด้ที่วิ่งกระหืดกระหอบแหวกฝูงชนเข้ามา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬที่แตกพลั่ก เขาคือ 'ประธานซ่ง' บิดาของซ่งหย่าซิน และผู้นำตระกูลซ่งนั่นเอง!

ประธานซ่งเพิ่งเดินออกมาจากการทักทายแขกวีไอพีอีกฝั่งหนึ่ง และได้ยินเต็มสองหูถึงคำประกาศกร้าวของประธานกู้ เมื่อเห็นลูกสาวโง่เง่าของตนเองนั่งกองอยู่บนพื้นและกำลังชี้หน้าทายาทตระกูลกู้ วิญญาณของเขาก็แทบจะหลุดออกจากร่าง

เพียะ!!!

ประธานซ่งไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งเข้าไปเงื้อฝ่ามือฟาดลงบนแก้มของซ่งหย่าซินอย่างเต็มแรง แรงตบนั้นมหาศาลจนร่างของลูกสาวกระเด็นล้มคว่ำ หน้าทิ่มลงไปบนกองเศษแก้วแชมเปญ เลือดสีสดไหลซึมออกจากรอยขีดข่วนบนใบหน้าที่เคยทะนุถนอม

"กรี๊ดดด! พ่อคะ! พ่อตบหนูทำไม!" ซ่งหย่าซินกรีดร้องลั่น กุมแก้มที่บวมเป่งและมีเลือดออก

"นังลูกไม่รักดี! แกอยากให้ตระกูลซ่งของเราล่มจมหรือยังไง!" ประธานซ่งชี้หน้าด่าลูกสาวด้วยความโกรธจัดและหวาดกลัว ก่อนจะรีบหันไปคุกเข่าลงตรงหน้าจิ่งถิงโจวและครอบครัวตระกูลกู้ทันที ท่ามกลางความตกตะลึงของแขกทั้งงาน

"ท่านประธานจิ่ง! ท่านประธานกู้! ท่านอาจารย์ลู่! ได้โปรดเมตตาด้วยครับ!" ประธานซ่งโขกศีรษะลงกับพื้นหินอ่อนเสียงดังโป๊ก "นังเด็กโง่นี่มันตาบอด! มันไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำถึงได้กล้าล่วงเกินคุณหนูใหญ่กู้! ผม... ผมจะสั่งสอนมันอย่างหนัก ได้โปรดอย่าถือสาหาความตระกูลซ่งของเราเลยนะครับ!"

ภาพผู้นำตระกูลซ่ง ตระกูลผู้ดีเก่าที่ทรงอิทธิพล คุกเข่าโขกศีรษะอย่างหมดสภาพ ทำให้แขกเหรื่อในงานต่างลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง พวกเขาเพิ่งตระหนักได้ว่า อำนาจของตระกูลกู้และจิ่งกรุ๊ปนั้น เป็นสิ่งที่เหนือกว่ากฎหมายและข้อบังคับใดๆ ในประเทศนี้

กู้หว่านอีมองประธานซ่งที่กำลังคุกเข่าโขกศีรษะด้วยแววตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความสงสาร เธอเคยก้าวผ่านความใจอ่อนและโลกสวยมาแล้วในคฤหาสน์ตระกูลฟู่ ประสบการณ์สามปีนั้นสอนให้เธอรู้ว่า ความเมตตาที่มีให้กับคนพาล คือยาพิษที่ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง

"ประธานซ่งคะ..." น้ำเสียงหวานใสทว่าเย็นเยียบของกู้หว่านอีดังกังวานขึ้น "ลูกสาวของคุณบอกว่า ฉันเป็นแค่ขยะที่โดนผัวทิ้ง เป็นผู้หญิงหิวเงินที่ลักลอบเข้ามาอ่อยผู้ชายในงานนี้... คำพูดพวกนี้ ถ้าหากฉันเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ใช่ทายาทตระกูลกู้ ศักดิ์ศรีของฉันคงถูกลูกสาวคุณเหยียบย่ำจมดินไปแล้วใช่ไหมคะ?"

ประธานซ่งหน้าซีดเผือดยิ่งกว่าเดิม "ค... คุณหนูใหญ่กู้ ได้โปรด... มันเป็นแค่ความปากพล่อยของเด็ก..."

"เด็กที่อายุยี่สิบห้าปี ไม่เรียกว่าเด็กแล้วค่ะ เรียกว่าผู้ใหญ่ที่ไร้สมองและขาดการอบรม" กู้หว่านอีตัดบทอย่างเยือกเย็น

จิ่งถิงโจวที่ยืนจับมือเธออยู่อย่างหวงแหน ปรายตาลงมองประธานซ่งราวกับมองดูแมลงสาบที่น่าขยะแขยง

"หว่านหว่านของฉันจิตใจดีเกินไป ถึงได้ยอมเสียเวลาเสวนาด้วย" จิ่งถิงโจวเอ่ยเสียงเข้ม รังสีอำนาจกดดันจนประธานซ่งหายใจไม่ออก "แต่สำหรับฉัน... ใครที่กล้าทำให้ภรรยาของฉันขุ่นเคืองแม้แต่ปลายเล็บ มันต้องชดใช้ด้วยทุกสิ่งที่มี!"

ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลหันไปพยักหน้าให้ 'เฉินซิง' เลขาคนสนิทที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่ด้านหลัง

"เฉินซิง... ติดต่อตลาดหลักทรัพย์และเครือข่ายธนาคารทั้งหมดของจิ่งกรุ๊ป พรุ่งนี้เช้าตอนตลาดเปิด หุ้นของตระกูลซ่งจะต้องกลายเป็นเศษกระดาษ และระงับสายป่านเงินทุนทั้งหมดของพวกมันซะ... ฉันอยากเห็นตระกูลซ่งลงไปนอนคุ้ยขยะข้างถนนภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง!"

"รับทราบครับท่านประธานจิ่ง!" เฉินซิงรับคำอย่างเด็ดขาด

คำพิพากษาประหารชีวิตจากปากของราชาแห่งโลกธุรกิจ ทำให้ประธานซ่งตาเหลือกค้าง ร่างท้วมกระตุกเกร็งก่อนจะหงายหลังสลบเหมือดไปกับพื้นทันที!

"พ่อ! พ่อคะ!" ซ่งหย่าซินกรีดร้อง พยายามคลานเข้าไปหาบิดา แต่บอดี้การ์ดชุดดำของกู้กรุ๊ปก็กรูเข้ามาหิ้วปีกร่างของเธอและประธานซ่ง ลากออกไปจากห้องโถงจัดเลี้ยงอย่างรวดเร็วและไร้ความปรานี ทิ้งไว้เพียงรอยคราบเลือดและเศษแก้วที่แตกกระจาย เป็นอนุสรณ์แห่งความโง่เขลา

นี่คือการ 'เชือดไก่ให้ลิงดู' อย่างแท้จริง! แขกเหรื่อทั่วทั้งงานต่างสั่นสะท้าน พวกเขาจดจำขึ้นใจแล้วว่า นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป 'กู้หว่านอี' คือชื่อต้องห้ามที่ใครหน้าไหนก็ห้ามล่วงเกินเด็ดขาด!

"เอาล่ะๆ เรื่องไร้สาระจบลงแล้ว" ประธานกู้กระแอมไอ ดึงความสนใจของทุกคนกลับมาที่เวทีใหญ่ด้านหน้า "ขอเชิญแขกผู้มีเกียรติทุกท่านมารวมตัวกันทางนี้ บัดนี้ถึงเวลาอันสมควรแล้ว ที่ผมจะแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับดวงใจของตระกูลกู้เสียที!"

สปอตไลต์นับสิบดวงสาดส่องไปที่เวทีหลัก กู้หว่านอีเดินควงแขนบิดาและอาจารย์ลู่ขึ้นไปยืนหยัดอยู่บนจุดสูงสุดของเวที โดยมีจิ่งถิงโจวยืนคุมเชิงอยู่ด้านข้างประดุจองครักษ์พิทักษ์ราชินี

กู้หว่านอีรับไมโครโฟนมาถือไว้ แววตาของเธอสแกนมองไปทั่วโถงจัดเลี้ยง มองผ่านใบหน้าของมหาเศรษฐีและผู้ทรงอิทธิพลทั้งหลายที่กำลังเงยหน้ามองเธอด้วยความยำเกรง รัศมีแห่งนางพญาแผ่ออกมาอย่างเต็มเปี่ยม

"สวัสดีค่ะ แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน ฉัน 'กู้หว่านอี'" น้ำเสียงของเธอทรงพลังและหนักแน่น "สามปีที่ผ่านมา ฉันได้ออกไปเรียนรู้โลกกว้าง ได้เห็นทั้งธาตุแท้ของคน และได้เรียนรู้ว่าความอ่อนแอนั้นไร้ค่าเพียงใด แต่วันนี้... ฉันกลับมาแล้ว กลับมาเพื่อรับช่วงต่อและนำพากู้กรุ๊ปให้ก้าวขึ้นไปสู่จุดสูงสุดยิ่งกว่าที่เคยเป็น!"

เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโถงจัดเลี้ยง ไม่มีใครกล้าสงสัยในความสามารถและความเด็ดขาดของหญิงสาวคนนี้อีกแล้ว

จิ่งถิงโจวก้าวขึ้นมายืนเคียงข้างเธอ เขารับไมโครโฟนไป ก่อนจะประกาศประโยคที่ทำให้หน้าประวัติศาสตร์วงการธุรกิจต้องจารึก

"และในค่ำคืนนี้ ผมขอใช้พื้นที่นี้ประกาศอย่างเป็นทางการ... จิ่งกรุ๊ป และ กู้กรุ๊ป จะผนึกกำลังกันเป็นหนึ่งเดียว! เพราะกู้หว่านอี ไม่ใช่แค่ประธานคนใหม่ของกู้กรุ๊ป แต่เธอคือ คู่หมั้น และ ว่าที่นายหญิงเพียงคนเดียวแห่งจิ่งกรุ๊ป! ทรัพย์สินทั้งหมดของผม อำนาจทั้งหมดของผม... เป็นของเธอแต่เพียงผู้เดียว!"

ตู้ม!!

ข่าวใหญ่นี้รุนแรงยิ่งกว่าระเบิดปรมาณู สองตระกูลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในประเทศควบรวมกันผ่านการแต่งงาน นี่มันหมายความว่า กู้หว่านอี ได้กลายเป็นสตรีที่มีอำนาจล้นฟ้าที่สุดในประวัติศาสตร์ไปแล้ว!

ช่างภาพกดชัตเตอร์รัวจนแสงแฟลชสว่างวาบราวกับเวลากลางวัน ภาพของราชาและราชินีแห่งโลกธุรกิจที่ยืนเคียงคู่กันอย่างสง่างาม ถูกถ่ายทอดสดออกไปทั่วประเทศ

ด้านนอกโรงแรมแกรนด์อิมพีเรียล ท่ามกลางตรอกสกปรก

ฟู่ซือเยว่ อดีตประธานฟู่กรุ๊ปที่เคยหยิ่งยโส นั่งขดตัวอยู่ข้างถังขยะที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่า สภาพของเขามอมแมม เสื้อผ้าขาดกะรุ่งกะริ่งราวกับขอทาน ดวงตาที่เคยคมกริบและเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน บัดนี้บวมช้ำและแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างหนัก

เขาจ้องมองไปยังจอยักษ์แอลอีดีฝั่งตรงข้ามถนน ที่กำลังถ่ายทอดสดภาพจากภายในงานเลี้ยง

ภาพของหลินหว่านอี... ไม่สิ 'กู้หว่านอี' หญิงสาวที่เคยตื่นตีห้ามาต้มข้าวต้มให้เขา หญิงสาวที่ยอมใส่เสื้อผ้าลดราคาและทนให้แม่ของเขาด่าทอ หญิงสาวที่เขายัดเยียดใบหย่าให้ท่ามกลางสายฝน...

ตอนนี้เธอกำลังสวมสร้อยคอเพชรราคาประเมินไม่ได้ ยืนรับเสียงปรบมือจากคนทั้งประเทศ และที่สำคัญ... ข้างกายเธอ มีผู้ชายที่สมบูรณ์แบบและทรงอำนาจที่สุดอย่าง จิ่งถิงโจว คอยโอบกอดและประกาศมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้

"หว่านอี... หว่านอีของผม..."

ฟู่ซือเยว่พึมพำอย่างคนเสียสติ เขายื่นมือที่สั่นเทาและสกปรกออกไปทางจอยักษ์ ราวกับไขว่คว้าภาพลวงตาที่ไม่มีวันเป็นจริง ความเสียใจและความสำนึกผิดกัดกินหัวใจของเขาจนแทบจะกระอักเลือดออกมา เขาทิ้งเพชรแท้เพื่อไปคว้าเศษกรวดอย่างป๋ายรั่วซี เขาทำลายชีวิตตัวเองด้วยมือของเขาเอง!

"โฮฮฮฮฮฮ!!"

ฟู่ซือเยว่ฟุบหน้าลงกับกองขยะและร้องไห้โฮออกมาอย่างน่าเวทนา หมาจรจัดที่เดินผ่านมาหยุดมองเขา ก่อนจะยกขาหลังขึ้นฉี่รดใส่กางเกงที่ขาดวิ่นของอดีตมหาเศรษฐีอย่างไม่แยแส

นี่คือจุดจบที่แท้จริงของหมาป่าตาขาวผู้โง่เขลา... ชีวิตที่เหลือของเขาจะต้องจมปลักอยู่ในกองขยะ มองดูผู้หญิงที่เขาทอดทิ้งเปล่งประกายอยู่บนจุดสูงสุดของโลกไปชั่วชีวิต!

กลับมาที่ห้องรับรอง วีไอพี ชั้นบนสุดของโรงแรม

หลังจากเสร็จสิ้นการทักทายแขกเหรื่อ กู้หว่านอีและจิ่งถิงโจวก็ปลีกตัวขึ้นมาพักผ่อนในห้องรับรองส่วนตัวที่เงียบสงบ

กู้หว่านอีถอดรองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมออก แล้วทิ้งตัวลงบนโซฟาบุกำมะหยี่อย่างเหนื่อยล้า "เฮ้อ... การปั้นหน้ายิ้มให้พวกตาแก่ในวงการธุรกิจเนี่ย เหนื่อยกว่าการล้างแค้นฟู่ซือเยว่ซะอีกนะคะ"

จิ่งถิงโจวเดินเข้ามานั่งซ้อนด้านหลัง เธอรั้งเอวบางเข้ามากอด และช่วยนวดคลึงขมับให้เธออย่างเบามือ "ทนหน่อยนะภรรยาของพี่ ต่อไปนี้เธอมีพี่คอยหนุนหลัง ใครกล้าทำให้เธอเหนื่อย พี่จะส่งมันไปอยู่เป็นเพื่อนตระกูลซ่งเอง"

กู้หว่านอีหลุดหัวเราะเบาๆ เอนศีรษะพิงแผงอกแกร่งของเขา "คุณนี่เผด็จการไม่เปลี่ยนเลยนะคะ... แต่ว่านะ พี่ถิงโจว การที่เราประกาศหมั้นหมายกันใหญ่โตขนาดนี้... 'คุณหญิงย่า' ของตระกูลจิ่ง จะไม่ส่งคนมาลอบสังหารฉันเหรอคะ? ฉันได้ยินมาว่าท่านเล็งหลานสาวตระกูลเศรษฐีต่างชาติไว้ให้คุณนี่นา"

มือที่กำลังนวดขมับของจิ่งถิงโจวชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบของเขาวูบไหวและเย็นชาขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินชื่อ 'คุณหญิงย่า' หรือ นายหญิงใหญ่แห่งตระกูลจิ่ง ผู้กุมอำนาจเบื้องหลังตระกูลจิ่งมานานนับทศวรรษ

"เรื่องของตระกูลจิ่ง เธอไม่ต้องกังวล" จิ่งถิงโจวกดจูบหนักๆ ลงบนกระหม่อมของเธอ "พี่เป็นผู้นำตระกูลจิ่งคนปัจจุบัน กฎทุกอย่างพี่เป็นคนตั้ง ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแทรกแซงชีวิตคู่ของพี่... แม้แต่ย่าแท้ๆ ก็ตาม"

ถึงปากจะพูดอย่างนั้น แต่กู้หว่านอีสัมผัสได้ถึงรังสีความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากตัวของร่างสูง... ดูเหมือนว่าอุปสรรคชิ้นใหม่ที่กำลังจะมาเยือน จะไม่ใช่แค่แมลงหวี่แมลงวันแบบตระกูลฟู่หรือตระกูลซ่งเสียแล้ว แต่เป็นมังกรเฒ่าที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของตระกูลจิ่งเอง!

"กริ๊ง... กริ๊ง..."

จู่ๆ โทรศัพท์มือถือสายตรงเครื่องส่วนตัวของจิ่งถิงโจวก็ดังขึ้น ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดูเบอร์โทรศัพท์ ก่อนที่คิ้วหนาจะขมวดเข้าหากันแน่น หน้าจอแสดงตัวอักษรชัดเจน...

[คฤหาสน์หลักตระกูลจิ่ง - สายตรงคุณหญิงย่า]

รอยยิ้มบนใบหน้าของกู้หว่านอีจางหายไป เธอรู้ได้ทันทีว่า... เกมการต่อสู้ในระดับที่สูงขึ้นและอันตรายยิ่งกว่าเดิม... กำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป